แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2567

สำหรับวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ราคาทองคำคาดว่าจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน โดยมีปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์หลายอย่างที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะสั้น

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

  1. นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ยังคงสนับสนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยคาดว่า Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 25-75 จุด ซึ่งจะทำให้ทองคำมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตร​
  2. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและฮามาส รวมถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงสนับสนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มจะขยับขึ้นตามความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่​
แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2567

ราคาทองคำในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 มีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางการเมืองและการปรับตัวของนโยบายการเงิน นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์อย่างใกล้ชิด.

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2567

1. แนวโน้มจากรูปแบบกราฟ (Chart Patterns)

  • ราคาทองคำกำลังเคลื่อนไหวในกรอบ ascending broadening wedge ซึ่งแสดงถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น การที่ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบนี้บ่งชี้ว่าอาจมีการทดสอบแนวต้านที่ $2,660 – $2,700 หากราคาสามารถทะลุผ่านแนวนี้ได้ จะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวและเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง​

2. Relative Strength Index (RSI)

  • RSI ในปัจจุบันอยู่ในระดับกลาง Neutral Zone ซึ่งหมายความว่าราคาทองคำไม่ได้อยู่ในช่วงที่ซื้อมากเกินไป (overbought) หรือน้อยเกินไป (oversold) ทำให้ยังไม่มีสัญญาณของการกลับตัวที่ชัดเจน แต่ควรจับตาดู RSI หากขยับเข้าสู่โซน overbought (มากกว่า 70) ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับฐานในระยะสั้น​

3. Moving Averages (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)

  • ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (EMA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับที่สำคัญในกรอบเวลาสั้น หากราคาหลุดแนวรับนี้ อาจมีแรงขายเพิ่มขึ้นและราคาทองคำอาจปรับตัวลงไปทดสอบระดับแนวรับถัดไปที่ $2,600

4. MACD (Moving Average Convergence Divergence):

  • MACD ในขณะนี้ยังคงแสดงถึงแนวโน้มขาลง (bearish) โดยเส้นสัญญาณ (signal line) อยู่ต่ำกว่าเส้น MACD line ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดยังคงอยู่ในภาวะขาลง หาก MACD สามารถกลับมาทะลุเส้นสัญญาณได้ จะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น​

5. Fibonacci Retracement

  • ระดับ Fibonacci ที่ 61.8% ถือเป็นแนวต้านสำคัญ หากราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุผ่านได้ มีโอกาสที่จะเห็นการย่อตัวไปทดสอบระดับแนวรับต่ำกว่า หากราคาทะลุแนวต้านได้ มีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นไปสู่ระดับ $2,700 – $2,800 ได้ในไตรมาสนี้

ราคาทองคำในระยะสั้นมีความผันผวนและต้องจับตาแนวรับที่ $2,600 หากราคาหลุดจากระดับนี้ อาจมีการปรับฐานลง แต่หากสามารถทะลุแนวต้าน $2,660 – $2,700 ได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัว