แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2567

ราคาทองคำในวันที่ 11 ตุลาคม 2567 คาดว่าจะยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ

  1. ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ: การแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้น แต่การคาดการณ์ว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงสิ้นปี อาจช่วยหนุนราคาทองคำในระยะถัดไป โดยเฉพาะหากมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ
  2. ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้มีการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากสถานการณ์นี้ยังคงไม่สงบ ราคาทองคำอาจมีแรงซื้อเพิ่มขึ้น​
  3. การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ: ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง เนื่องจากการที่ทองคำมีราคาขึ้นตามค่าเงินดอลลาร์ทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างประเทศ
แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2567

ในภาพรวม ราคาทองคำในวันที่ 11 ตุลาคม 2567 มีแนวโน้มแกว่งตัวตามปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดอาจมีการปรับฐานระยะสั้นก่อนจะเข้าสู่การฟื้นตัวใหม่ในปลายปี

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2567

      1. รูปแบบกราฟและรูปแบบราคา (Chart Patterns)

      • ทองคำกำลังเคลื่อนไหวในรูปแบบ “ascending broadening wedge” ซึ่งเป็นสัญญาณของการผันผวนที่เพิ่มขึ้น ราคาทองคำในช่วงนี้ทดสอบแนวรับที่ $2,600 – $2,610 อย่างต่อเนื่อง และหากสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ $2,660 ได้ อาจเห็นการฟื้นตัวในระยะสั้น หากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านนี้ได้ มีโอกาสที่จะปรับตัวลงต่อไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ $2,580

      2. Relative Strength Index (RSI)

      • RSI ของทองคำอยู่ในช่วง Neutral ซึ่งแสดงถึงการไม่มีการซื้อมากหรือน้อยเกินไป ทำให้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในช่วงนี้ หาก RSI ขยับเข้าสู่โซน overbought (มากกว่า 70) หรือ oversold (น้อยกว่า 30) อาจบ่งบอกถึงการกลับตัวของราคาในระยะสั้น

      3. Moving Averages (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)

      • ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (EMA) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ $2,654 ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญ หากราคายังยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดในระยะสั้น แต่หากราคาหลุดจากเส้นค่าเฉลี่ยนี้ ราคามีแนวโน้มจะปรับตัวลงต่อไป​

      4. Fibonacci Retracement

      • การใช้ Fibonacci Retracement แสดงให้เห็นว่าราคาทองคำในปัจจุบันอยู่ใกล้กับระดับ 61.8% ของการฟื้นตัวล่าสุด ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดมักตอบสนองต่อการกลับตัว หากราคายังสามารถรักษาระดับนี้ได้ ตลาดอาจมีการฟื้นตัวในระยะสั้น แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับนี้ ราคามีโอกาสปรับตัวลงต่อได้​

      5. MACD (Moving Average Convergence Divergence)

      • ตัวชี้วัด MACD อยู่ในโซนขาลง (bearish), สะท้อนถึงแรงขายที่ยังคงมีอยู่ในตลาด การกลับตัวของ MACD อาจเป็นสัญญาณที่ดีในการพิจารณาเข้าซื้อ หากมีการกลับตัวไปสู่ภาวะขาขึ้น (bullish)​

      ดังนั้น แนวโน้มระยะสั้นของราคาทองคำยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยมีระดับแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ $2,600 และแนวต้านที่ $2,660 หากสามารถทะลุแนวต้านได้ อาจเห็นการฟื้นตัวในระยะสั้น แต่หากราคาหลุดแนวรับ มีโอกาสที่จะเห็นการปรับตัวลงต่อไป