ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำในวันที่ 19 ตุลาคม 2567 คาดว่าจะยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในระยะสั้น
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
- อัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Fed): ตลาดยังคงจับตาดูการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยมีการปรับคาดการณ์จากเดิมว่าจะลดดอกเบี้ย 50 จุดเป็นเพียง 25 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2567 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำในระยะสั้น เนื่องจากทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์
- ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ: ค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่าจากความคาดหวังในการปรับอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ทำให้นักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้นในการซื้อทองคำ ส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลงในระยะสั้น
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ค่าเงินดอลลาร์จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม ความตึงเครียดเหล่านี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในการหนุนราคาทองคำในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น
แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มเชิงเทคนิค
- แนวรับและแนวต้านสำคัญ
- แนวรับ: ราคาทองคำในระยะสั้นมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ $2,600 หากราคาหลุดระดับนี้ อาจมีการปรับตัวลงไปถึง $2,580 ตามแนวโน้มขาลงระยะสั้น.
- แนวต้าน: สำหรับแนวต้านถัดไป ราคาทองคำอาจทดสอบระดับ $2,710 – $2,730 ซึ่งเป็นจุดที่นักวิเคราะห์มองว่าจะต้องจับตา หากทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น
- RSI และ MACD
- RSI (Relative Strength Index) บ่งชี้ว่าตลาดใกล้เข้าสู่โซน overbought (ซื้อมากเกินไป) ซึ่งอาจมีแรงขายในระยะสั้นหากราคาทองคำทะลุระดับนี้.
- MACD (Moving Average Convergence Divergence) แสดงสัญญาณเชิงบวก โดยเส้น MACD ยังอยู่เหนือ signal line บ่งชี้ว่าตลาดยังคงมีแรงซื้อที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะสั้น
สรุปแล้ว ราคาทองคำในระยะสั้นยังคงมีแนวโน้มบวก แต่อาจเจอการปรับฐานบางส่วนเนื่องจากแรงขายที่มาจากการซื้อมากเกินไป (overbought)

