แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2567

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะผันผวนในระยะสั้น โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยทั้งทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

1. นโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Fed)

  • มีการคาดการณ์ว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2024 เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ การลดดอกเบี้ยนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจะลดแรงกดดันจากต้นทุนการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย และทำให้ทองคำเป็นที่ต้องการมากขึ้นในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ​

2. ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ

  • ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำมีราคาที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ผู้ที่ถือสกุลเงินอื่นต้องจ่ายมากขึ้นในการซื้อทองคำ ซึ่งทำให้ความต้องการทองคำในตลาดลดลงในระยะสั้น​

3. ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนมักหันมาถือทองคำในช่วงที่มีความเสี่ยงทางการเมืองและการทหาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการสูญเสียในสินทรัพย์อื่นๆ​
แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2567

โดยสรุป ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในวันที่ 17 ตุลาคม 2567 คือความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยของ Fed การแข็งค่าของดอลลาร์ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงไม่แน่นอน

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

สำหรับการวิเคราะห์เชิงเทคนิคของราคาทองคำในวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ในระยะสั้น มีประเด็นสำคัญดังนี้

แนวโน้มทางเทคนิค

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2567
  1. แนวรับ (Support)
    • ราคาทองคำในช่วงนี้กำลังทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ $2,600 – $2,610 หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ มีโอกาสที่จะปรับตัวลงไปที่ $2,580 ซึ่งเป็นแนวรับถัดไปที่นักวิเคราะห์จับตาในระยะสั้น​
  2. แนวต้าน (Resistance)
    • แนวต้านสำคัญอยู่ที่ $2,660 หากราคาสามารถทะลุผ่านระดับนี้ได้ มีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบที่ระดับ $2,700 ในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณบวกสำหรับการฟื้นตัวของราคาในช่วงนี้​
  3. RSI (Relative Strength Index)
    • RSI ปัจจุบันอยู่ในระดับ กลาง (Neutral) ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดยังไม่มีสัญญาณซื้อมากเกินไป (overbought) หรือน้อยเกินไป (oversold) ทำให้แนวโน้มยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น​
  4. MACD (Moving Average Convergence Divergence)
    • สัญญาณ MACD ยังคงบ่งบอกแนวโน้มขาลง (bearish) เนื่องจากเส้น MACD line อยู่ต่ำกว่าเส้น signal line ซึ่งสะท้อนถึงแรงขายในตลาดอย่างต่อเนื่อง หาก MACD กลับมาตัดเส้น signal ขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกถึงการฟื้นตัวในระยะสั้น​
  5. เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)
    • ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับที่สำคัญ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ต่อไป จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากราคาหลุดเส้นนี้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่า​

ราคาทองคำในระยะสั้นมีความผันผวน โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ $2,600 และแนวต้านที่ $2,660 การเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงนี้ยังคงต้องจับตาดูปัจจัยต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ และสภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อทิศทางของราคา.