ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-18 มีนาคม 2568) ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาทองคำมีดังนี้

1. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
- นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำ หากอัตราดอกเบี้ยถูกปรับลดลง จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
- ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาทองคำ กล่าวคือ เมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากทองคำถูกซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนจะหันมาถือครองทองคำมากขึ้น
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
- ความไม่แน่นอนทางการเมือง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศใหญ่ ๆ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

จากปัจจัยดังกล่าว ราคาทองคำในวันที่ 19 มีนาคม 2568 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำมากขึ้น
แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

1. แนวโน้มหลัก (Trend Analysis)
- ราคาทองคำมีแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากการสร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) และจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น (Higher Low)
- แท่งเทียนล่าสุดยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโซนขาขึ้น แสดงถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง
2. อินดิเคเตอร์ MACD (Moving Average Convergence Divergence)
- MACD Line (เส้นสีน้ำเงิน) อยู่เหนือ Signal Line (เส้นสีส้ม) ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มขาขึ้น
- ค่า Histogram เป็นบวก แต่เริ่มลดลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นอาจเริ่มอ่อนแรงและอาจมีการพักตัวก่อนขึ้นต่อ
3. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
- ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
- อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายกราฟ Volume ลดลง ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นเริ่มชะลอตัว
4. แนวรับและแนวต้านสำคัญ
- แนวรับแรก 3,008 – 3,010 ดอลลาร์ (บริเวณที่ราคารีบาวด์ขึ้นก่อนหน้านี้)
- แนวรับถัดไป 2,990 – 2,995 ดอลลาร์ (แนวรับสำคัญของรอบนี้)
- แนวต้านแรก 3,028 – 3,030 ดอลลาร์ (จุดสูงสุดล่าสุด หากทะลุไปได้ มีโอกาสขึ้นต่อ)
- แนวต้านถัดไป 3,050 ดอลลาร์ (แนวต้านจิตวิทยาสำหรับรอบถัดไป)
5. บทสรุปและแนวทางการเทรด
- แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 3,020 – 3,024 ดอลลาร์ได้ต่อไป มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 3,028 – 3,030 ดอลลาร์
- อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 3,010 ดอลลาร์ อาจมีการพักฐานและลงไปทดสอบแนวรับที่ 2,990 – 2,995 ดอลลาร์
- นักเทรดระยะสั้นสามารถพิจารณาซื้อเมื่อราคาย่อใกล้แนวรับ 3,010 ดอลลาร์ และตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์
- นักลงทุนระยะยาวควรรอดูว่าราคาสามารถทะลุแนวต้าน 3,030 ดอลลาร์ได้หรือไม่ ก่อนพิจารณาเข้าซื้อเพิ่ม