แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2567

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

การวิเคราะห์ราคาทองคำสำหรับวันที่ 25 ตุลาคม 2024 โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานมีแนวโน้มดังนี้

1. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น การเมืองในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามในพื้นที่ต่าง ๆ มักส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2567

2. อัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

ปัจจัยหลักอีกประการหนึ่งที่มีผลต่อราคาทองคำคืออัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลาง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หากมีการประกาศที่ส่อถึงการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ อาจทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน

3. อัตราแลกเปลี่ยนและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลก เนื่องจากทองคำซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นจะทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ในขณะที่หากค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ราคาทองคำจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการถือครองทองคำจะเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า.

4. อุปสงค์และอุปทานของทองคำ

ความต้องการทองคำในประเทศผู้ใช้หลัก เช่น จีนและอินเดีย มักส่งผลต่อราคาทองคำ หากประเทศเหล่านี้มีความต้องการซื้อทองคำสูงขึ้น เช่น ในช่วงเทศกาลหรือฤดูการแต่งงาน ราคาทองคำจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน หากมีการเพิ่มกำลังการผลิตทองคำหรือเกิดการเทขายทำกำไรในตลาด ราคาทองคำอาจปรับลดลงได้

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2567

5. การคาดการณ์ตลาดและการเก็งกำไร

การเก็งกำไรในตลาดทองคำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา หากนักลงทุนเริ่มขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นไปสูงในช่วงสั้น ๆ อาจเกิดแรงกดดันให้ราคาปรับตัวลงชั่วคราว ในขณะเดียวกัน หากมีการเก็งกำไรว่าแนวโน้มราคาทองคำจะสูงขึ้น นักลงทุนจะเข้าซื้อเพิ่ม ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2567
  1. ราคาและแนวต้าน/แนวรับ
    • กราฟแสดงให้เห็นว่าราคามีการปรับตัวขึ้นหลังจากที่เคยลงมาก่อนหน้านี้ โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ระดับ $2,736.22 ซึ่งมีการซื้อขายใกล้เคียงระดับนี้ในช่วงหลายแท่งเทียนที่ผ่านมา แสดงถึงความแข็งแกร่งของแนวรับในช่วงนี้ แต่ก็มีแนวต้านที่แข็งแกร่งเช่นกันบริเวณ $2,738–$2,740 ซึ่งเป็นระดับที่ราคายังไม่สามารถทะลุได้
  2. MACD (Moving Average Convergence Divergence)
    • เส้นสัญญาณของ MACD (เส้นสีน้ำเงินและเส้นสีส้ม) กำลังอยู่ในช่วงที่เส้นสีน้ำเงินตัดขึ้นเหนือเส้นสีส้ม ซึ่งเป็นสัญญาณซื้อ (Bullish Signal) แต่ตัว MACD histogram ที่อยู่เหนือ 0 นั้นเริ่มชะลอตัวและลดขนาดลง อาจเป็นสัญญาณว่าความแรงในการขึ้นอาจลดลงและเข้าสู่ช่วงพักตัว (Consolidation)
  3. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
    • ปริมาณการซื้อขายในช่วงราคาขึ้นล่าสุดมีแนวโน้มลดลง นี่อาจบ่งบอกถึงการอ่อนแรงของแรงซื้อ และอาจเป็นสัญญาณให้ระมัดระวังการกลับตัวลงหากไม่มีแรงหนุนที่ชัดเจนในการดันราคาไปต่อ

แนวโน้มวันพรุ่งนี้

  • มีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นได้อีกเล็กน้อย หากสามารถทะลุแนวต้านที่ $2,738–$2,740 ได้สำเร็จ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ มีแนวโน้มที่จะพักตัวหรือปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับที่บริเวณ $2,720–$2,725 อีกครั้ง