แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

การวิเคราะห์ราคาทองคำในวันพรุ่งนี้ วันที่ 20 ตุลาคม 2567 ต้องพิจารณาหลายปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการขึ้นลงของราคาทอง ซึ่งประกอบไปด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลก ความต้องการซื้อ-ขายทองคำ รวมถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ดังนี้

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567

1. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีปัญหาจากการชะลอตัวของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ใช้ทองคำรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากอินเดีย เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในจีนทำให้ความต้องการใช้ทองคำลดลง ส่งผลให้ราคาทองมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน

2. ความต้องการในตลาดทองคำ

ตลาดทองคำมีความต้องการลดลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตร ซึ่งทำให้ความต้องการทองคำลดลง ส่งผลให้ราคาทองคำในวันพรุ่งนี้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

3. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาทองคำในตลาดโลก เนื่องจากทองคำมักจะซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น ราคาทองคำจะปรับลดลง

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งความต้องการที่ลดลงในตลาดจีนและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ทำให้ราคาทองคำในวันพรุ่งนี้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะหากยังไม่มีข่าวดีจากเศรษฐกิจโลกที่สามารถฟื้นฟูตลาดได้ทันที อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในโลก เช่น ความตึงเครียดทางการเมืองหรือสงคราม อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นได้เช่นกันในระยะสั้น

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2567

1. ราคาและกราฟแท่งเทียน

  • ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 2,721 USD/Oz โดยช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น (uptrend) ในระยะสั้น
  • การเคลื่อนไหวของราคาเริ่มมีการสร้างระดับราคาสูงสุด (higher highs) ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับแนวโน้มขาขึ้น

2. MACD (Moving Average Convergence Divergence)

  • ตัวบ่งชี้ MACD แสดงเส้นสัญญาณสีส้มตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณการซื้อ (bullish signal) นอกจากนี้ ค่าฮิสโตแกรม (Histogram) ยังคงอยู่ในแดนบวก แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่เป็นบวก
  • ค่า MACD ตอนนี้อยู่ในโซน 3.66 ซึ่งสูงกว่าระดับศูนย์ แสดงว่าตลาดกำลังอยู่ในสภาวะเชิงบวก และมีความเป็นไปได้ที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อไปในอนาคต

3. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)

  • ปริมาณการซื้อขายเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น บ่งบอกถึงแรงซื้อที่มากขึ้นในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น

4. แนวต้านและแนวรับ

  • ระดับแนวต้านถัดไปน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,725 USD ซึ่งเป็นจุดสูงสุดล่าสุด หากราคาสามารถทะลุผ่านไปได้ อาจมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปทดสอบระดับสูงกว่านี้
  • แนวรับสำคัญอาจอยู่ที่ประมาณ 2,700 USD ซึ่งเคยเป็นระดับแนวต้านก่อนหน้านี้

จากการวิเคราะห์กราฟเทคนิค แนวโน้มของราคาทองคำยังคงอยู่ในขาขึ้น โดยมีสัญญาณบวกจาก MACD และปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังที่แนวต้านถัดไป และควรติดตามสัญญาณการกลับตัวของราคา