แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2567

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับวันที่ 23 ตุลาคม 2024 การวิเคราะห์ราคาทองคำคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากหลายปัจจัยดังนี้

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2567
  1. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: เหตุการณ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ยังคงส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองหาทรัพย์สินปลอดภัยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น​
  2. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: นโยบายทางการเงินจากหลายประเทศส่งผลต่อราคาทองคำ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงดำเนินนโยบายแบบระมัดระวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางในยุโรปและจีนเริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจคงตัวในระดับสูง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐจะอยู่ใกล้เป้าหมาย 2% ก็ตาม​
  3. อุปทานทองคำ: อุปทานทองคำทั่วโลกยังคงเผชิญปัญหา ทั้งจากการผลิตที่ลดลงในประเทศสำคัญ เช่น สหรัฐและออสเตรเลีย ซึ่งเผชิญกับปัญหาสภาพอากาศและการขุดแร่ที่มีคุณภาพต่ำลง ส่งผลให้การผลิตลดลง ขณะที่การสำรวจแหล่งทองคำใหม่ก็ชะลอตัวลง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในอนาคต ซึ่งอาจสนับสนุนราคาทองคำในระยะยาวได้​
  4. สภาพเศรษฐกิจโลก: เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในจีนที่มีความเสี่ยงเรื่องภาวะเงินฝืด นักลงทุนในจีนมองหาทองคำเป็นแหล่งลงทุนปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต ขณะที่ในสหรัฐ การปรับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับพันธบัตรและสินทรัพย์อื่นๆ​

ดังนั้น วันที่ 23 ตุลาคม 2024 ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยคาดว่าราคาจะยังคงอยู่เหนือระดับ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

แนวโน้มราคาทองคำจากกราฟเทคนิคเพิ่มเติม

แนวโน้มราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2567
  1. การเคลื่อนไหวของราคา (Price Movement)
    • ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่ชัดเจน โดยมีแนวต้านล่าสุดที่ระดับประมาณ 2,735 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดที่ราคามีการปรับตัวลงเล็กน้อย
    • การเคลื่อนไหวนี้บ่งบอกถึงความพยายามในการทำลายแนวต้าน และหากสามารถทะลุผ่านไปได้ ราคามีโอกาสที่จะวิ่งขึ้นไปทดสอบระดับใหม่เหนือ 2,740 ดอลลาร์
  2. ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
    • ปริมาณการซื้อขายในช่วงการปรับตัวขึ้นนั้นมีความหนาแน่น ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนของผู้ซื้อในตลาดที่เชื่อว่าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มบวก
    • หากปริมาณยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเห็นการทะลุแนวต้านที่สำคัญได้ในอนาคตอันใกล้
  3. MACD (Moving Average Convergence Divergence)
    • MACD อยู่ในโซนบวก แม้จะมีการตัดกันระหว่างเส้นสัญญาณ (signal line) และเส้น MACD แต่ระดับยังคงบวกเล็กน้อย ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น
    • หากเส้น MACD สามารถตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณบวกชัดเจนในการเข้าซื้อ
  4. สัญญาณจากการดูแนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance Levels)
    • แนวรับที่สำคัญอยู่ที่บริเวณประมาณ 2,710-2,720 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาลงมาทดสอบและยังคงยืนเหนือแนวนี้ได้ จะเป็นจุดที่นักลงทุนสามารถเข้าไปเพิ่มการลงทุนได้

แนวโน้มราคาต่อไป

  • ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อไป หากสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 2,735 ดอลลาร์ได้ จะมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 2,740 ดอลลาร์ต่อไป
  • หากเกิดการปรับตัวลง แนวรับสำคัญคือ 2,710 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่น่าจะมีแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง

โดยรวมแล้ว จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ควรติดตามการเคลื่อนไหวของ MACD และปริมาณการซื้อขายอย่างใกล้ชิด